ไดอารี่ในป่า

        ไม่ได้กินอะไรกันมาตั้งนาน. ผมกับเพื่อนทดลองนั่งเป็นฤาษีอยู่ในป่า แต่ไม่ลึกมาก ผมไม่ได้บำเพ็ญเพียร เพียงแต่จะลองทำตามวิถีแบบตื้นๆ. ก็แค่จริงจังเป็นบางวัน  ก็ลองพร่ำเพ้อแบบกวีสายลมแสงแดดแสงจันทร์วารีป่าพฤกษ์ แล้วก็ก้อนหิน  มันไม่ยากหรอก ผมลองดูแล้ว ยากก็แต่เรื่องหญิงสาว กับดอกไม้ ก็ผมไม่ได้ชอบ

        เราชอบนึกถึงพระเซนด้วยกัน องค์นี้ชื่อเรียวกัน ปฏิบัติด้านลึกของจิตใจอย่างเรียบง่ายทว่าลุ่มลึก มองธรรมชาติด้วยความเข้าอกเข้าใจ  ผมชอบประโยคที่แกเคยกล่าวไว้สองประโยค คือ

        “ไม่ใช่ฉันรังเกียจที่จะสมาคมกับผู้คน แต่การหลีกเร้นมาใช้ชีวิตที่สันโดษเพียงลำพัง ทำให้ฉันรู้ตัวของฉันดีขึ้นเท่านั้นเอง” 

        และ “ใครหนอว่าบทกวีของฉันเป็นบทกวี บทกวีของฉันไม่ใช่บทกวีดอก เมื่อใดที่ท่านเข้าใจ ว่าทำไมบทกวีของฉันจึงไม่เป็นบทกวี เมื่อนั้นเราค่อยมาคุยกัน ถึงเรื่องกวีนิพนธ์”

        ผมคงสู้เพื่อนผมไม่ได้หรอก เขาคล้ายธอโร่ อาจเรียกได้ว่าเขาก้าวตามรอยเท้าของธอโร่เลยด้วยซ้ำ หรือเขาอาจจะกลับชาติมาเกิด เพราะผมว่าเขาว่ามีบุคลิก และการดำเนินชีวิตที่เป็นตัวของตัวเองมาก อีกทั้งยังรู้ลึกเรื่องต้นไม้เสียด้วย

        ตอนนี้ตอนบ่ายๆ แดดร้อนมากขึ้นเยอะ ผมเกลียดมาก ปฏิบัติไม่ได้เลย ขนาดอยู่ใต้ต้นไม้แล้ว ก็น่าจะมีลมพัดหวิวคลายร้อนบ้าง แต่ทุกอย่างแน่นิ่ง ตาผมลายจนเห็นแผ่นดินเกิดไอร้อนขึ้นมาซะอย่างนั้น

        “ไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้วนะเว่ย หาไรกินกันเถอะ” ผมพูดกับไอ้ธอโร่

        “กินลมแล้วจะอิ่มใจ” ไอ้ธอโร่ตอบ

        “ไอ้เจ้าบ้าเอ๊ย จะมาลึกมาล้ำอะไรตอนกูหิวเนี่ย นี่มันหลายวันแล้วนะ” ผมพูดแบบเคืองมากๆ

        “ลมมีน้ำหนักไหมเล่า มีแร่ธาตุอะไรมั๊ยเล่า  แล้วการกินเนี่ยมันคืออะไร ลองตอบมาหน่อยซิ แล้วเมื่อกินจะรู้สึกยังไง”

        “บ้าไปแล้ว กินก็คือกินไง หิว กินของที่กินได้ใส่ปาก แล้วลงท้อง อิ่มก็พอใจ แค่นี้แหละ”

        “เรากินเพื่อยืดเวลาของร่างกาย”

        “แล้วลมเนี่ย กินแล้วมันยืดเวลาร่างกายมั๊ย ฮื๊ออออ”

        “ใครหนอว่าบทกวีของฉันเป็นบทกวี บทกวีของฉันไม่ใช่บทกวีดอก เมื่อใดที่ท่านเข้าใจ ว่าทำไมบทกวีของฉันจึงไม่เป็นบทกวี เมื่อนั้นเราค่อยมาคุยกัน ถึงเรื่องกวีนิพนธ์ … เรียวกันเคยกล่าว”

        “เอ้อๆ งั้นพอและ เรากำลังคุยกันถึงเรื่องกินนะ”

        “อืม นอนเถอะ เย็นแล้ว”

        “ใครเค้านอนกันตอนเย็น”

        “ฉันต้องการจะลองนอนกับเจ้าดอกไม้นั่นไง มันหุบช่วงเย็นๆ”

        “เดี๋ยวฉันจะกางดอกทั้งหมดให้มันน่าเกลียด”

        “งั้น พอฉันตื่นมา ก็จะหนีไป ไม่อยากเจอแล้ว แค่เรื่องกินก็ทำสงบไม่ได้”

        ทั้งสองคนพูดพร้อมกันว่า

        “ไม่ใช่ฉันรังเกียจที่จะสมาคมกับผู้คน แต่การหลีกเร้นมาใช้ชีวิตที่สันโดษเพียงลำพัง ทำให้ฉันรู้ตัวของฉันดีขึ้นเท่านั้นเอง … เรียวกันเคยกล่าวไว้”

        สองวันต่อมา เราเปลี่ยนไปพูดเรื่องนักปราชญ์อินเดีย.

        อีกหลายวันต่อมา เราเปลี่ยนไปพูดถึงละครที่เคยดูมา

        เราไม่ได้คุยกันแล้ว ผมเห็นไอ้ธอโร่มันนั่งคุยกับนกและกระต่ายได้แล้ว

        เบื่อจัง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s