Ludwig Van : หนังในมือคีตกวี Mauricio Kagel

Ludwig Van….

ชื่อฟังดูคุ้นๆหู ไม่น่าจะหมายถึงรถตู้ของลุดวิก แต่ที่แท้คือชื่อของคีตกวี Ludwig Van Beethoven (1770-1827)
เมื่อปี 1970 ได้มีการเฉลิมฉลองคีตกวีนามนี้ในวาระครบรอบ 200 ปี
และในการเฉลิมฉลองในปีนั้นเอง
Mauricio Kagel (1931-2008) คีตกวีร่วมสมัยชาวอาร์เจนตินา
ได้นำความเป็น Beethoven มาเป็น material ในการสร้างภาพยนตร์ของเขาในเรื่อง Ludwig Van

Kagel สนใจไม่แต่เพียงทางด้านดนตรีเท่านั้น เขาทำภาพยนตร์ และละคร ผลงานหลายๆชิ้นของเขาจะใกล้เคียงความเป็น Absurd อย่าง
Samuel Beckett จนเป็นที่มาทำให้เขาได้ชื่อว่ามีความสำคัญในการทำ New Music Theater เพราะเขาได้นำดนตรีและละคร
เขามาผสมผสานขึ้นมาในศิลปะได้เป็นปัจเจกแบบร่วมสมัย

ภาพยนตร์ที่เขาสร้างขึ้นมานี้ไม่ได้เล่าถึงชีวประวัติของ Beethoven และไม่ใช่ภาพยนตร์สารคดี แต่เป็นภาพยนตร์ที่นำรวมเอาความเป็น Beethoven
ไม่ว่าจะบ้านเกิดที่เมืองบอนน์ ประเทศเยอรมัน, อาการหูหนวก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานประพันธ์เพลงไม่ว่าจะเป็น Sonata, Lieder, String Quartet,
Trios จนถึง Symphony  มาตัดต่อ เรียบเรียงดนตรี ลำดับภาพใหม่ ตามความต้องการของ Kagel เอง

Kagel กล่าวว่า หนังของเขาไม่ได้เล่าเรื่องอะไร อีกทั้งยังล้อเลียน ก้าวร้าวเสียด้วยซ้ำ

ภาพเป็นขาว-ดำ
สิ่งที่ทำให้เกิดความประหลาดใจก็เกิดจากสิ่งที่เขาเจตนา
ไม่ว่าจะเป็น นักแสดงที่แสดงกวนประสาทในฉากแรกที่เริ่มมาก็บ่นพึมพำพูดถึงเบโธเฟ่นระหว่างโกนหนวด และพูด ปุม ปุ๊ม ปุ๊ม ปุ่ม (motive ในเพลง
Symphony No.5) ซึ่งเป็นการล้อเลียนทำนองไอคอนอันติดหูสากลโลก

หนังถ่ายในลักษณะ long take ในบางช่วง ซึ่งการถ่ายภาพนั้นจะเดินถ่ายบรรยากาศ และลักษณะหนังที่แสดงความกวนประการหนึ่งคือเขาตั้งใจถ่าย
ผู้คนที่เดินผ่าน ซึ่งบ้างก็เกิดความรำคาญ และนั่นก็เป็นจุดประสงค์หนึ่งของหนัง

บางช่วงของหนัง ดนตรีจะเงียบหาย หรือไม่ก็อู้อี้ ฟังไม่ชัด ซึ่งแสดงอาการการหูหนวกของเบโธเฟ่น
และภาพในหนังก็แสดงสัญลักษณ์ที่น่าขันนั่นคือ คนที่เข้ามาฟังแผ่นเสียงเบโธเฟ่่นในร้าน ต่างยกหูฟังขึ้นมากันหมด
หรือดนตรีที่เงียบใน ภาพเข็มที่ด้านหัวเป็นหน้าเบโธเฟ่น ที่จัดอยู่ในบ้านเบโธเฟ่น ที่กรุงบอนน์

นอกจากการเล่นกับการล้อเลียนในลักษณะนี้แล้ว
เพลงของ Beethoven ก็ถูกนำมาดัดแปลงเรียบเรียงใหม่ จนไปถึงตัดแปะ (Collage) ให้เกิดสำเนียง หรืออารมณ์ที่ต่างจากสำเนียงที่เบโธเฟ่นทำ
จากเศร้าก็กลายเป็นขบขันแบบโล่งๆ หรือวุ่นวาย ซึ่งนอกจากจะดัดแปลงตัวเพลงแล้วเขาก็ยังแสดงด้วยภาพเคลื่อนไหวที่สวยงามแปลกตาและเข้าจังหวะ
บางครั้งก็สื่อด้วยภาพที่กวนประสาท จนบางครั้งรู้สึกน่าตบคนที่คิดจริงๆ

และนี่คือห้องทำงานที่ Kagel ไม่เพียงตัดแปะแต่เสียงเพลงเท่านั้น แต่ยังตัดกระดาษโน๊ตเพลงของเบโธเฟ่น ทำให้เกิดการ Collage เป็นสองเท่า

ภาพในช่วงนี้คือภาพตอนที่มีชายหมุนฝาบน และตัวกล่องไปมา ลักษณะดนตรีก็ถูกนำมาตัดแปะและนำมาผสมกัน ดูแล้วเวียนหัวแต่ก็สวย

 

Shot เด็ดของภาพในช่วงเพลง Piano Sonata in A-flat major, Op. 26, No. 12 ท่อนที่ 3  Maestoso andante ซึ่งเป็นเพลง Funeral หรือเพลงขบวนแห่ศพ

หลายครั้งที่การเรียบเรียงการมาของเครื่องดนตรี และการเรียบเรียงภาพ ทำให้เกิดความรู้สึกที่พิถีพิถัน ละเอียดอ่อน เพราะไม่ได้อาศัยการตัดต่อแบบละเอียด
เครื่องดนตรีชิ้นไหนมา ก็ตัดมาภาพเครื่องนี้ แต่ไม่ใช่เลย ภาพตรงนี้ Long Take อีกแล้ว ตรงนี้แหละที่ทำให้เห็นความงามไม่ทั้งของการเรียบเรียงดนตรี
แต่ที่ภาพด้วย

ช่วง Funeral มิได้จบที่เพียงภาพเครื่องดนตรีที่ถูกบรรเลง แต่ยังมีการแสดงภาพที่ยียวน ด้วยภาพที่ชายแก่กำลังจับใบหน้า จมูก ปาก แก้ม หน้าผาก ติ่งหู
ตามจังหวะดนตรีแห่ศพ ในแง่หนึ่งก็เหมือนเป็นการจับรอยเหี่ยวย่น แสดงถึงความชราภาพ ใกล้ตาย ประหนึ่งว่าร่องรอยแห่งชราภาพจะพาสู่การตาย

เปียโนโซนาต้า สามบทก่อนจะเข้าสวนสัตว์ในตอนจบ อันได้แก่ Pathetique Sonata, Tempest Sonata และ Waldstein Sonata  กับภาพแปลกตา

เพลง Pathetique ถูกเรียบเรียงใหม่ มีการใช้ Violin Solo โดยใช้เทคนิคสีใกล้คันหย่อง (Sul ponticello) ฟังดูก๊วนกวน 

นี่คือภาพของชายผู้เล่น Tempest Sonata  ลองดูการแต่งตัวแล้วดูน่าขันอย่างมาก

และ Waldstein Sonata ฉากเด็ด

และจบปิดท้ายด้วยสวนสัตว์ (มันเกี่ยวไหมนี่) แต่ดนตรีของเบโธเฟ่นที่ถูกนำมาเรียบเรียงใหม่ และย้ำคอร์ดในตอนจบนั้น เหมือนจะล้อเลียน
เบโธเฟ่น ซึ่งเบโธเฟ่นมักจะจบบทเพลงอย่างเช่นซิมโฟนี่ โดยย่ำคอร์ด Dominant ไป Tonic อยู่หลายรอบก่อนจะจบอย่างอลังการ ซึ่งKagel
นำภาพอูฐขยับปากไปมาไม่หยุดมาคล้องกับภาพอีกที

 

เห็นไหมสุดท้าย Kagel ก็พาเรามาถึงสวนสัตว์
ความAbsurd แบบนี้ไม่ได้มีเพียงแต่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ของเขาเท่านั้น แต่ยังปรากฏอยู่ในอีกหลายๆเรื่อง
ความเก่งกาจของเขาในการถ่ายทอดมิได้มีเพียงดนตรีในแบบ collage
ผลงานอื่นๆเช่นงาน orchestral music, new music theater, film music, electronic music และโดยเฉพาะ experimental music
ซึ่งบางครั้งเขาไม่เพียงแต่จะแต่งแต่ดนตรี แต่จะให้มีภาพดังที่เขาปรารถนา

 

สามารถดูหนังเรื่องนี้ได้ในเว็บข้างล่างนี้
http://www.ubu.com/film/kagel_ludwig.html
และลองฟังบทเพลงที่ผมเองชอบมากเพลงหนึ่ง
http://www.youtube.com/watch?v=JufU4ldDydg

 

 

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s