ไม่หวั่นหวังวิกล (๑)

ไม่หวั่นหวังวิกล

: หนังสือไร้สติ

มรกต  เชิดชูงาม

 

๑.

            กำลังสัมผัสอะไรไม่รู้ เขาคิดว่าเขาไม่ควรรู้ ในแวบหนึ่งเค้าก็เหมือนจะนึกได้ แต่เขาก็พยายามจะไม่รู้ ไม่แม้กระทั่งความรู้สัมผัส บางครั้งเขาสูดลมหายใจเข้าไปหนึ่งเฮือกใหญ่ เค้าก็คิดในใจว่าไม่มีแม้อากาศ เค้าทำเป็นแกล้งไม่รู้ว่าสุญญากาศคืออะไร เค้ากำลังพยายามทำเป็นสำลักอากาศสลับกับทำท่าขาดอากาศให้ดูเหมือนว่าจะตาย ทำตาเหลือกแน่นิ่ง ปล่อยร่างคลาย เป็นเวลานานๆ โดยไม่หายใจ เค้าพยายามคิดว่าตอนตายจะมีแสงสลัวพร่าเลือนสีขาว  แล้วก็พยายามนึกต่อไปว่า ไม่สิ มันไม่ใช่สีขาว แล้วเขาก็ทำเป็นไม่รู้ว่ามีสีขาวในการคำนึงแม้อนันต์

                ตอนนี้น้ำตาจากเพียงแค่ซึมๆอยู่ที่ตา กลายเป็นไหลอาบแก้ม แล้วคอก็เริ่มรู้สึกเย็นๆเพราะน้ำตา  เค้าแกล้งทำเป็นไม่รู้จักความรู้สึกเย็นๆอีก แล้วกำลังบอกกับตัวเองว่าเค้าตายแล้ว น้ำตาเหือดสุดท้ายที่จำได้  เอ๊ยจำไม่ได้ …จะจำได้ดีมั๊ยวะเนี่ย… อย่างนี้แล้วกัน  ตั้งแต่เกิด…. เอ๊ย ตอนเดินบนถนนตอนนั้น …. เอ๊ย ไม่แน่ใจ  เฮ้อ แต่พอนึกถึงเรื่องนี้ทีไร ก็อดนึกไม่ได้ว่า น้ำตาเหือดสุดท้ายมันน่าจะกลืนไปกับคูน้ำที่เขาไปลองว่ายลองดำเพื่อไปลองตายดู เค้าคิดว่าบางครั้งนี่แหละ ที่ทำให้เค้ารู้สึกว่า…เน้นว่า รู้สึก! รู้สึกว่า ใช่  ไม่มีคำอธิบายคำว่าใช่ และใช่ว่าจะใช่ แต่เขาก็คิดว่าใช่  คุณก็คงพอจะจินตนาการว่ามันคงใช่ คุณจะลองดูไหม ร้องไห้ในน้ำ

                เค้าบอกตัวเองว่าลองนิ่งๆดูหน่อย นิ่งได้สักพัก เค้าก็บอกว่า อะไรคือนิ่ง ทำไมเค้าต้องนึกด้วยล่ะเหนี่ย มันทำให้เค้าไม่นิ่งมากขึ้น ถึงแม้ว่าเค้าคิดว่า ก็หลังจากบอกตัวเองให้นิ่งนั่นแหละ มันจะนิ่งเอง แต่เค้าก็ยังจะคิดจะนึกอยู่นั่นแหละ

                ริมหน้าต่างนั้นมีเสียงนกกระจอกเกาะเสาไฟฟ้าต้นสูงร้องกันเจี๊ยวจ๊าว  เค้าบอกว่าคิดถึงจัง  เสียงนี้ อยากไปแกล้งมันจริงๆ เขาดูนิ่งๆไม่ได้ เขาจินตนาการตัวเองทำท่ากวนประสาทใส่มัน ทำมือยึกยักเหมือนจะบีบคอมัน บางทีก็กระโดดเหยงๆ ให้มันงงๆ แต่ตอนนี้เขากำลังแกล้งทำเป็นไม่รู้อีกแล้ว เขาแกล้งตายอีกแล้ว

                เขารู้สึกว่าการทำผิดแม้เพียงนิดเดียว หรือการทำให้คนที่ตัวเองรักนั้นเสียใจ นั้นทำให้เขาสมควรต้องตายสถานเดียว เขาชอบนึกในใจว่า จะเอามีด เอ๊ แต่ไม่มี ใครเก็บไปไม่รู้ เลยนึกถึงปากกา เค้าคิดว่าเค้าจะต้องแทงเข้าไปบนหน้าอกลงที่หัวใจ เฉาะแล้วเฉาะอีก แล้วก็คิดว่าถ้าโชคดีมีสปาต้า ก็จะเอาสปาต้าสับหั่นหัวตัวเองผ่าซีก แล้วให้สมองได้เจรจากับหัวใจได้อย่างติดๆขัดๆ มันคงจะทำงานได้ดีขึ้นหากตัดการทำงานของระบบนั้นเสีย หรือไม่ก็อยากให้มีเครื่องประหารสับร่างกายอย่างไม่ปราณี

                แต่ความรู้สึกนั้นเค้าก็กล้าๆกลัวๆ เค้าชอบคิดว่าเค้าอยากจะตาย แต่ก็ไม่อยากตาย เขาเพียงแต่อยากให้ตัวเองสาบสูญ  แต่เขาก็อยากสาบสูญในความบ้า  แต่เค้าก็อยากเป็นคนธรรมดา บางครั้งเค้าก็คิดแต่ว่าจะบวฃ แต่เค้าก็สับสน เค้าเหมือนจะบ้าเซ็กส์ แต่ก็คิดว่าตัวเองละได้ แต่เค้าก็ทำไม่ได้ แต่เค้าก็อยากเข้าป่า แต่เขาก็อยากจะเขียน บางครั้งอยากแกล้งทำตัวเป็นศิลปิน  แต่เค้าก็บอกว่าศิลปินไม่มีจริง

            ศิลปินไม่มีจริงอีกแล้ว  อีกแล้ว อีกแล้ว  … ศิลปินต้องหายสาบสูญไปแล้วสิ ทำไมต้องเที่ยวเดินอยู่ในโลกใบนี้ด้วยเล่า โกหกทั้งเพ ศิลปินไม่มีจริง นักการเมือง นักธุรกิจ นักการธนาคาร นักเล่นหุ้น นักหาเสียง พวกนี้น่ะแหละมีจริง  คือโลกของมันทั้งนั้น มันน่ะมีตัวตน ฉะนั้นทำตัวมีตัวตนก็อาจจะต้องเดินทางกระแสเดียวกับพวกนั้น  ศิลปินไม่มีจริงๆนะ ขอพูดนุ่มๆบ้าง

                เอาอีกแล้วเขียนไม่ทันไร ก็คิดว่าตัวเองเป็นคนบ้า ใครกำลังเขียนถึงฉันรึเปล่า ไม่…ถ้าฉันเขียน ฉันก็กำลังโกหก  กำลังโกหกมนุษย์ ถ้าอย่างนั้นกระดาษใบนี้ไม่มีจริง ตัวหนังสือไม่มีจริง ตัวฉันไม่มีจริง ฉันนั่นแหละกำลังเขียนถึงเขา เขาคนใดก็ไม่รู้ ไม่ทราบเหมือนกัน เหมือนว่าฉันกำลังสื่อจิตกับเขาอยู่  ไม่สิ…ไม่ ไม่ ไม่

            ศิลปินไม่มีจริง รู้สึกว่าเขาจะรักคำว่าศิลปินเหนือกว่าอื่นใด เขาคิดว่าศิลปินคือศิลปิน เขารู้สึกได้ว่าศิลปินคือความเป็นตัวเขา เขาบอกว่าศิลปะไม่มีจริง เพราะศิลปินไม่มีจริง เขาเคยได้ยินคนมีแนวคิดเดียวกับเขา ทำนองว่าศิลปะคือธรรมชาติ มาจากธรรมชาติ ที่สร้างมานั่นแหละไม่ใช่ศิลปะ มันคือไอคนที่คิดว่าเป็นศิลปิน กำลังสร้าง หรือจัดเรียงสิ่งต่างๆจากธรรมชาติ ดัดแปลง ประยุกต์ ใหม่ แล้วบอกว่านี่แหละผลงานศิลปะ นี่ไงมันถึงได้เกิดแนวคิดเยอะแยะเกินไปสำหรับโลกใบนี้ ประชุมเสวนา กะกฎกะเกณฑ์ให้มันมีนู่นมีนี่ แล้วมันก็กระจายงอกและแฝงอย่างจงใจและไม่จงใจในสื่อธุรกิจ เขาบอกว่าคนที่เข้าถึงความเป็นศิลปินจริงๆควรจะบ้าแบบไร้สติ

                เขาอยากเป็นคนบ้า แต่เขาเป็นไม่ได้ เขาบอกว่าคนสติฟั่นเฟือน สติปัญญาอ่อนนั่นแหละเข้าถึงความเป็นศิลปิน  ความจริงแล้วศิลปินน่ะมันก็มีความบ้าอยู่หรอก แน่นอนมันก็ต้องมีสมาธิ หรืออะไรอยู่นี่ด้วย แต่ขอพูดถึงความบ้า คือจะบ้าน้อยบ้ามาก เนี่ยแหละ มันก็เหมือนประเมินได้แล้วว่าบ้ามากยิ่งเป็นศิลปินมาก

            ศิลปินไม่มีจริง… คำนี้อีกแล้ว เขาคิดว่าจริงๆมันก็มีบุคคลพวกนี้อยู่จริง และบุคคลเหล่านั้นคิดว่าเค้าไม่มีจริง เค้ากลืนไปกับธรรมชาติ นั่นแหละทำให้นึกถึงพระโง่ผู้ยิ่งใหญ่ : เรียวกัน พระเซนที่คงไม่อยากให้เรียกว่าเซน และไม่อยากให้เรียกอะไรว่าอะไร พระเซนรูปนี้อาศัยอยู่กับธรรมชาติ พอและพอกับสิ่งเกษมศานต์อันมาจากกิเลส เขียนแต่เรื่องของธรรมชาติ  เปรียบประดุจหนึ่งว่า  ตัวหนังสือที่เขียนถึงธรรมชาติคือการคืนน้ำตาแก่ห้วงน้ำ 

                นั่นไง มีเหตุผลมั้ยล่ะ ไอ้การคืนน้ำตาแก่ห้วงน้ำ ที่เขาลองกระโดดลงน้ำเพื่อไประบายอารมณ์ทุกอารมณ์ไม่ว่าจะแสนสุข แสนโศก ชีวิตที่รู้สึกผิดหวัง หรืออิ่มเอมใจ นั่นแหละ ขอผสานน้ำแห่งอารมณ์ เข้ากับ ความแปรปรวนของมหานที             เขาเลยลองจะบ้าดู  เพราะเขาประทับใจพระโง่ผู้ยิ่งใหญ่ : เรียวกัน

                ก่อนหน้านั้นเขาไปประทับใจกับคำกล่าวที่พระเรียวกันเขียน หรือท่านอาจไม่อยากเรียกว่ากล่าวหรือเขียนเลยก็ได้  มีใจความว่า

                “ใครหนอว่าบทกวีของฉันเป็นบทกวี

                บทกวีของฉันไม่ใช่บทกวีดอก

เมื่อใดที่ท่านเข้าใจ

ว่าทำไมบทกวีของฉันจึงไม่เป็นบทกวี

เมื่อนั้นเราค่อยมาคุยกัน

ถึงเรื่องกวีนิพนธ์”

                อ๊า นั่นแหละ การกระทำของเขาจึงมาจากแรงบันดาลใจอย่างเต็มเปี่ยม เขาไม่ต้องสร้างผลงานใดเลย  นอกจากกลืนสู่ห้วงน้ำ เพราะน้ำตาอันกรองโศกกรองสุข นั่นมันก็คือชีวิต เพียงแต่ร่างกายนั่นเป็นเพียงภาชนะบรรจุน้ำ ที่ไม่ต้องกังวลหรอกว่าจะสูญสลายไปหรือไม่  เพราะมันต้องสลายหายไป

            เขาจำได้ว่าเขาพึ่งพูดไป  แต่เขามั่นใจเหลือเกินกับการที่จะต้องบอกซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าเขาทำเพราะมันไม่ใช่ผลงาน  แต่เขากำลังเข้าถึงสิ่งที่ใช่

                สิ่งที่ใช่  สิ่งที่ใช่  กล่อมเขาจนหลับไป ไปฝันต่อว่า สิ่งที่ใช่มาถึงแล้ว

 

(มีต่อ)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s