เสาเข็มศิลป์

ในหนทางศิลปะอันน่ารำคาญ
ในกลุ่มก้อนที่หวังความสามารถอันเก่งฉกาจ
การเกาะกลุ่มสังคมที่เขาเลือกอยู่นั้น สร้างให้ตัวตนมีความหมาย
ข้าพเจ้ารังเกียจสังคม ไม่ว่าด้วยความจริงของการดำรงอยู่กับเพื่อนร่วมโลก
รังเกียจตัวเองครั้นเมื่อคิดจะไต่เต้า ทุรนทุราย ทะเยอะทะยาน
นั่นเป็นหนทางที่อุบาทว์ของวงเวียนชีวิต
ความสุขจากความเก่งฉกาจหรือ? การยอมรับหรือ?
ความสุขจากการภูมิใจหรือ?
ใช่! ข้าพเจ้าต้องเคยคิด
เหตุใดการสร้างสรรค์ทางโลกจึงต้องผูกมัดกับการปฏิสัมพันธ์ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ
สังคมแห่งการแบ่งปันภาพลักษณ์
ข้าพเจ้าก็ยึดติด และสาเหตุของการกล่าวสิ่งเหล่านี้
เป็นเพราะใจอันขัดข้องในเรื่องความอาย และหันหลังกับสังคม
ฉากมายาทั้งหมดได้เคลือบกายข้า

ข้าพเจ้ากลับมีความหวังให้มนุษย์อับปาง ย่อยยับ
ศิลปะก็จงอับปางไป
พวกเขาได้สร้าง ซึ่งการสร้างคือบ่อเกิดแห่งความหายนะ
มันคือประติมากรรมอันสูงใหญ่โดยแท่นหลักอัตตา
ปราการหลักแห่งจิตใจเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ยาก
และมนุษย์ไม่มีวันเข้าใจ นั่นทำให้เขาไม่รู้หายนะของการสร้าง
การศึกษาสร้างชนชั้น ไม่ว่าจะสร้างการศึกษาในอารยธรรมไหน

มนุษย์ผู้รู้สุข รู้ทุกข์
ผลงานศิลปะซ้ำรอยทุกชิ้นทุกสมัย
บทกวีก็ยังคงเป็นนามธรรมอยู่ร่ำไป
ธรรมชาติมิได้เข้าใจบทกวี
และมิได้เห็นใจ เหตุเพราะกำแพงของการรังสรรค์ศิลป์

มนุษย์ไม่ควรค่าจะเกิดมาอาศัยอยู่ในโลก
เพราะมนุษย์มีศิลปะ
ความขัดแย้งอันนี้ทำให้เขารู้จักดีชั่ว
ทำให้เขามีการสื่อสาร และสร้างอัตตาเพื่อสื่อสารกับอัตตารอบๆสังคม

มนุษย์ควรจะเป็นสิ่งไร้จิตสำนึก
เพื่อเป็นกลไกที่ถูกต้องของการต่อสู้กับธรรมชาติ
ความไร้คุณธรรม ไร้จิตสำนึกเป็นหนทางที่ถูกต้องแล้ว
หากมนุษย์ค่อยๆเอาชนะธรรมชาติได้
เมื่อความยุติธรรมก็หามีไม่ นั่นจึงเป็นความสำเร็จของผลิตกรรมของธรรมชาติ

และความจริงของมนุษย์ก็ยังคงลวงมนุษย์ให้บอบช้ำ
ความสุขก็คือความบอบช้ำของมนุษยชาติที่คอยตอกย้ำความงดงาม ความรัก
และในหนทางศิลปะอันน่ารำคาญ ไม่ว่าคุณจะเรียกมันว่าพาณิชย์ หรือจะจิตวิญญาณลึกซึ้ง
มันก็ยังคงน่ารำคาญ
เพราะเขายังถูกความจริงที่มีดาบแทงทะลวงเข้าไปตลอดเวลา

มนุษย์ก็ยังคงยืนอยู่บนความจริง และความลวง ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกัน และอาจไม่ใช่เลย
บ้างก็เห็นศิลปะเป็นดั่งดอกไม้ประดับโลก หรือแม้จะร่วงหล่นไปตามกาลเวลาก็ตาม
บ้างก็เห็นศิลปะเป็นเรื่องจริยธรรม การแพทย์ และอื่นๆ

มนุษย์ตอกเสาเข็มแห่งความบอบช้ำลึกลงไปไม่มีที่สิ้นสุด
เพราะเขาไม่รู้เลย เขาไม่รู้อะไรเลย
เสาเข็มนี้แทนได้ทุกอย่าง รวมทั้งศิลปะ!
มันค่อยๆแข็งแรงมั่นคงขึ้น แถมยังมีกิเลสชั่วพาดถ่วงให้เสาเข็มทะลวงลึกเร็วเข้าไปอีก
กระแสอันแปรปรวนของศิลปะยังโถมกระหน่ำด้วยความไม่รู้จริง
สู่เพื่อนร่วมโลกของท่านยังไงเล่า

มนุษย์ลืมแล้วซึ่งอารยธรรม
การบันทึกประวัติศาสตร์ไม่ได้ช่วยอะไร
ทุกอย่างที่เป็นปัญญา ย่อมอาศัยอยู่ในที่รกร้าง
และปัญหา ก็ยังคงสถิตอยู่ในดวงใจมนุษย์ ลืมไม่ลง

และนั่นแหละคือชะตาความจริง
ของมนุษย์ผู้มีความหวังในศิลปะ
ท่านไม่เคยค้นพบความสุขที่แท้จริง
แม้ความสุขจากการที่ท่านทำเพื่อผู้อื่น
อาจเป็นความหวังให้โลกงดงามขึ้น

ดอกไม้งาม
ต้นกล้างามงอก
ถ่ายเทเกสร
ร่วงโรย
แห้ง
เกิดเมล็ดพันธุ์ใหม่
กวีบันทึกเป็นคัมภีร์เกลื่อนกลาด
คัมภีร์วัฏฏะ
บรรเลงสู่ประชากร
ประชากรผู้หิวโหย

ประชากรผู้หิวโหย.

 

 

 

คติ มายาตระกูล
วันเวลาในโลก
15/10/54

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s