จรรโลงอนันต์ ในบันทึกสายน้ำ (๓)

ไปริมฝั่งอ่าวน้อย
เรือประมงจอดลำขโยกเขยกกระจัดกระจายบนคลื่นที่ซัดเข้ามามิหยุดหย่อน
ภาพเคลื่อนไหวเบื้องหน้าท่ามกลางสายลมมิโรยแรง
สายลมแบบนี้ เป็นความปรารถนาที่คาดไม่ถึงสำหรับหนุ่มในเมืองใหญ่อย่างฉัน
จิตวิญญาณเริ่มเด่นชัดขึ้นมาในการพเนจรท่ามกลางความสงบที่ประจวบฯ
แม้จะข่มตาหลับพิงกายพาดต้นไม้ หรือนอนแผ่อยู่บนทรายไม่ได้
แต่ความเป็นอมนุษย์ของฉันก็ถูกพัดกระแซะ ความกระวนกระวายได้ลู่ปีกลง
เพื่อผ่อนพักบนรังแห่งธรรมชาติ
นึกถึงคนขับรถซาเล้งมาส่ง ชีวิตหาเช้ากินค่ำ ได้นอนรอบนรถก่อนจะส่งฉันกลับสู่ที่พัก
หากฉันปรารถนาได้เพียงเท่านี้ ธรรมชาติได้พเนจรมาสู่ฉัน

ลำพังมนุษย์ต้องการการพักผ่อน
พลังธรรมชาติในคราวนี้ ได้มอบการพักผ่อนอันสมบูรณ์แก่ฉัน
เสียงคลื่นทะเลกลบความปรารถนาทางโลก
ความสัมพันธ์มิใช่สิ่งที่ต้องพยายามสร้างแล้ว
กลับกลมกลืน

แน่นอนหลายครั้งหลายครา ฉันคิดว่ามนุษย์เป็นสิ่งแปลกปลอมสำหรับโลก
หากไร้มนุษย์ โลกก็ยังคงดำรง
มนุษย์ไม่เคยเป็นผู้สร้าง แต่เป็นผู้ทำลาย
ธรรมชาติมิได้ทำร้ายมนุษย์
แต่ธรรมชาติเป็นเจ้าแห่งศิลปะ มิใช่ทั้งผู้สร้างและผู้ทำลาย
ทุกกระแสธรรมชาตินั้นคือบทกวี ดนตรี
ภาพยนตร์แห่งชีวิตมนุษย์ไม่เคยถูกล้างออกมาให้ฉายซ้ำ

โลกคือเรือที่ลอยลำอยู่กลางมหาสมุทรจักรวาล
โลกรูปธรรมแลเห็น คนพายเรือ หรือกัปตันเรือ
แต่อะไรเล่าที่กำลังขับเคลื่อนโลกอยู่กลางมหาสมุทรจักรวาลนี้
ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น

แม้กระทั่งดนตรีแห่งจักรวาล ก็หารู้ไม่ว่ามีผู้บรรเลงหรือไม่

มรกต ช.
ประจวบฯ
1 พฤศจิ 54

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s