จรรโลงอนันต์ ในบันทึกสายน้ำ (๔)

ใบไม้พิสูจน์คลื่นริมหาดอ่าวมะนาว
สายลมอนันต์ต่ออายุลมหายใจชีวิต
แสงสะท้อนจากตะวันกระทบภาพบ้านพักในกองบิน ๕
เป็นแสงสีแสดตัดกับเงาพาดบนลานหญ้าริมทะเล
แวะหาค่างแว่นปีนป่ายต้นไม้และหินก้อนยักษ์
นักท่องเที่ยวหรือผู้อพยพ? ต่างเข้ามาให้ถั่ว กล้วย ข้าวโพด
ความอ่อนโยนยามเย็นมอบความโอยอ่อนให้ผ่อนคลาย
ภูมิทัศน์อันกว้างขวางดูไร้ขอบเขต

วันถัดมา
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หืม…พิพิธภัณฑ์
หอดูดาว หืม… สวนผีเสื้อ หืม… สวนนกและแมลง
ฉันมิอาจแลเห็นความร่าเริง หรือชีวิตชีวา
เหมือนเยี่ยมเยียนซากบ้านร้างยังไงยังงั้น
วันที่แสนน่าเบื่อคลุกเคล้าด้วยกลิ่นใบไม้และหญ้าเผาริมทะเล
ควันฟุ้งไปตามลมทะเลที่พัดเข้าหาฝั่ง
ลุงซาเล้งพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าน่ารำคาญถึงวันพรุ่งนี้
ชวนเที่ยวถ้ำพระนอน มิเพียงเท่านี้ยังชวนไปดูค่างแว่น
แม้เขาจะไม่รู้ว่าเราเคยไปจึงชักชวน
แต่มันก็ได้เสริมความรำคาญเป็นพอกพูนขึ้นมาเป็นควันโขมงขึ้นในสมอง
เมื่อทิ้งเบื้องหลังที่เป็นความวุ่นวายในเมือง
ชีวิตเบื้องหน้า ณ ตอนนี้มิอาจผ่อนคลายได้เต็มที่
ความวิตกครอบงำเข้ามา และธรรมชาติมิสามารถปลอบประโลม
มนุษย์ผู้พกกิเลสไว้ในกระเป๋าย่ามแห่งจิตวิญญาณ

เบื่อโลกเต็มที เบื่อที่จะมีความรัก
โลกมิอาจเป็นที่พักพิง
ธรรมชาติได้พรากความรักและความมีชีวิตชีวาทางโลกไปแล้ว
แต่ไม่แน่รถไฟขากลับอาจย้อนคิดไปให้หวงห่วงหาความรักอีกครั้ง
ดีเหมือนกันที่ฉันผลักไสประตูในกรงโรงแรม
แล้วเดินเลียบไปในแนวหาด
ควักอารมณ์ที่ฉุนเฉียวรำคาญไว้ในกระเป๋าย่ามนี้ เพื่อเดินไปที่สะพานปลา
นั่งที่ริมหาดก่อนถึงจุดหมาย…สะพานปลา
ก้มลงมองดูทรายที่เต็มไปด้วยเปลือกหอย และที่เขี่ยบุหรี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
มองดูรูปู และปูที่เดินเอียงข้างเพื่อวิ่งหลบคลื่นสีขาวที่ซัดไล่มา
ฉันหลับตาเพื่อรับความรู้สึกถึงเบื้องหน้าที่กว้างใหญ่ ซ้าย-ขวา และจุดที่ตนนั่งไปสู่เส้นขอบฟ้า
ลืมตาขึ้นมาเพื่อตรวจสอบความหลงลืมทางโลก
ในขณะที่มองเพลินไปที่ฟองทะเล และระลอกคลื่นที่ซัดมาให้เห็นร่องรอยบนทราย
ซากหมาตัวน้อยสีน้ำตาลขาว ทำให้ระลึกถึงผลผลึกของบทกวี
บทกวีที่มีเกิด มีแก่ มีเจ็บ มีตาย

คลื่นสมุทรได้เปิดสมุดบทกวีแห่งเบื้องลึกใต้ท้องสมุทร
ให้เห็นวิญญาณแห่งความตายที่ใช้ชีวิตอยู่ใต้น้ำ
ในสังคมใต้น้ำไม่มีศาสดา แต่มีแมงกะพรุนเป็นเทวดาที่ไร้จิตวิญญาณ
มีดวงอาทิตย์ที่เลือนลาง แผ่แสงรัศมีไปทั่วผิวมหาสมุทร
แต่ท้องสมุทรมีเพียงราตรีอนันต์
ณ ที่นั้นมีซากมนุษย์ที่ถูกดูดกลืนเข้าไป
เป็นที่สิงสถิตย์ของวิญญาณอาลัยรัก

จิตวิญญาณพเนจร
เป็นเพียงบทกวีที่อาศัยอยู่ใต้ปีกวิหค
ไม่เคยได้โบยบินอิสระอย่างแท้จริง

ในบันทึกสายน้ำ
พบคำอำลาในห้วงสายลม

๔ พฤศจิ ๕๔
ประจวบฯ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s