แดนอรัญ แสงเรืองรองในห้องหับไม่อับเฉา

 

ประสบภัยคราวนี้ได้ถิ่นพักในอพาร์ทเม้นท์ ประจวบเหมาะที่ได้บุกน้ำเน่าเข้าบ้านหยิบของที่อยากใช้ในอพาร์ทเม้น แต่ที่พลาดไม่ได้เด็ดขาดคือ หยิบหนังสือของแดนอรัญ แสงทอง มาอ่าน คือ เงาสีขาว, ดวงตาที่สาม, ตำนานเสาไห้ และแมวผี เนื่องด้วยลีลาและอารมณ์ที่พลิกพลิ้วไปตามสำนวนภาษา จึงทำให้ลืมได้ไม่ขาด ในกองหนังสือที่มากมายจากการที่กรองผ่านสายตาที่จดจ้องในร้านขายหนังสือเก่า ขณะนี้มันทับถมกันอยู่เป็นชั้นเป็นกอง ยากจะผลาญวันคืนให้อ่านได้ครบ จนปลดปลงว่า พอเจอหนังสือดีดีมีค่าเมื่อไร ก็เป็นว่า “สะสม” แล้วกัน
วันใดใคร่อ่าน ก็จะนึกถึงแดนอรัญเป็นคนแรก เพราะเหตุจากการที่ได้ไปเจองานแปลในนามปากกาว่า อรัญวาสี เรื่อง ฝันสีดำ ของ Sadeh Hedayat และได้พลัดไปเจอเรื่องสั้นของ Hedayat ใน Bookvirus เรื่อง แมวร่าน งานแปลหลายชิ้นก็จะใส่ประวัติอย่างย่อไว้ในเล่ม ทำให้มีชื่อแดนอรัญ ในทรวง ครั้นไปเจอ “ยามพราก” ในร้านหนังสือเก่าที่สนามหลวงสอง เป็นงานร้อยแก้วที่พร่ำเพ้อได้งามหมดจดเสียจริง เนื่องด้วยแนวที่อ่านของเราก็ขอเป็นว่า ไม่ต้องมีเนื้อเรื่อง แต่บรรยายภาพพจน์ และอารมณ์ให้เป็นดั่งบทกวีที่ถักร้อยไว้ในร้อยแก้ว ก็เพียงพอ

งานแปลที่เจอเข้าและกระทบเข้ากับต่อมความงงก็ตอนไปเจอเรื่องของ ดามอน รันยอน ซึ่งบนปกพิมพ์ไว้ว่า ให้เสียงภาษาไทยโดยแดนอรัญ แสงทอง ที่ไม่เคยสะท้านสะทกกับขนบการแปลที่ต้องคงสำนวนของผู้ประพันธ์เดิมไว้ อรรถรสจึงมีแด่ผู้อ่านนี่ซิ จึงเกิดความประทับใจอีก
เหตุการณ์ที่ไปพบไปเจอหนังสือของแดนอรัญนี้ สลับสับสนวุ่นวาย ไม่รู้เล่มไหนมาก่อนมาหลังเสียแล้ว แต่ทว่าหนังสือเล่มหนาๆ เรื่อง เงาสีขาวหนามาก เป็นปึกเป็นป้องนี่ ทำเอาใจวูบวาบตื่นเต้น เพราะมันต้องรวมเอาสำบัดสำนวนบ้านๆที่น่าตื่นเต้น และรวมความหม่นมืดบางอย่างที่เราคาดหวังไว้ ใจจึงใคร่เปิดอ่านเสียที โดยไม่คาดหวังจะอ่านจนจบในคราวนั้น แต่สำคัญตอนที่ได้อ่าน “จดหมายถึงนักอ่านนักเขียนหนุ่ม” และก้าวสำคัญจากการอ่านความข้อนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจในการอ่านเล่มอื่นๆ ให้ครึกครื้นหัวใจ เพราะแดนอรัญ ได้เข้าถึงพระธรรมอันล้ำลึกในพุทธศาสนา ความหยาบกร้านอันบริสุทธิ์อันเป็นพื้นเพเดิมที่ได้ผลักดันให้ปีกแห่งอิสราได้กระพือไปเพื่อพิสูจน์ความพิสุทธิ์ใจ ไม่หลงงมในคำสอนทางตะวันตกที่ไม่ได้เพ่งมองถึงห้วงภายในอันจะนำพาไปสู่นิพพาน ซึ่งแดนอรัญได้เล่าถึงชีวิตอันสันโดษของพระป่า ที่เพียรปฏิบัติ ข้อนี้ทำให้เราได้เห็นศิลปินที่เข้าแก่นความเรียบง่ายสันโดษที่ใฝ่หา นับเป็นแม่พิมพ์แห่งศิลปินที่เราเคารพ

เล่ามานานเสียนานที่จะมีใครเล่าต้องมาสนใจ ขอเป็นเพียงบันทึกที่อยากจะระบงระบายไว้

ระยะสองเดือนมานี้ในการอพยพหนีน้ำท่วม ก็ได้อ่านยามพราก และเพลงรักคนพเนจรจนจบที่ประจวบฯ และสองสามวันมานี้ก็ได้อ่านหนังสือที่หยิบตอนบ้านน้ำเน่า เรื่อง ตำนานเสาไห้, ดวงตาที่สาม และแมวผี (ส่วนเงาสีขาวยังไมได้อ่าน)

ลีลาเล่าในเรื่องตำนานเสาไห้ ให้ได้ย้อนยุคไปเห็นอดีตของสยามประเทศ ผ่านตาต้นตะเคียนทองพันปี นำความซึ้งใจในห้วงจิตและได้วิดน้ำตาแห่งความเศร้ามาราดรดหัวใจ ด้วยน้ำใจยอมถูกโค่นต้นตำนานที่มิได้ยืนเป็นเสาหลักดังหวัง  ต้องอับเฉาเสียใจปรากฏเป็นอิสตรีจำแลงระทมบนห้วงน้ำทวนกระแสอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จึงมีผู้มาอัญเชิญบูชาในภายหลังเพื่อชุบชูใจพลเมืองที่มากราบขอสิ่งหวัง เรื่องนี้แสดงถึงความเชื่อเดิมของชนสยามตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ

ดวงตาที่สาม ใช่สองจักษุที่มองโลกภายนอกไม่ ดวงตาที่สามใครๆก็มีแต่มิได้วิเศษวิโส เพียงแต่จะใช้มองทะลุผิวหน้าเรือนกายไปถึงขั้วลึกแห่งจิตใจที่งดงาม คุณตีรทัสสี นภาอำไพ ตัวเอก ให้สาวงามตาบอด อติวาสน์ ภควัต ได้ผ่าตัดดวงตาเพื่อตัดสินใจเมื่อเธอลืมตามองโลก โดยมีเงื่อนไขต้องตัดสินใจว่าจะแต่งงานกับคุณตีรทัสสีภายในหนึ่งนาที หากเลือกแต่งงานก็จะต้องคุกเข่าแล้วกล่าวขอแต่งงานต่อหน้าชายผู้พิการอัปลักษณ์ ซึ่งเขากล่าวไว้ก่อนผ่าตัดสองเดือนว่า ตัวเขานั้นพิการ รูปเตี้ย หลังโก่ง ไม่ใช่ชายในฝันที่ใครๆต้องการ ดวงตาที่สามเท่านั้นที่จะตัดสิน ภายใต้ข้อสงสัยต่างๆนานา ว่าเหตุใดจึงต้องตั้งเงื่อนไข เรื่องนี้สะท้อนสภาวะภายในของหญิงงามตาบอดที่สับสน เมื่อเห็นโลกกว้างในทีนี้ จะมีผลต่อกิเลส ที่จะเพิ่มพูนเป็นแน่แท้ อติวาสน์ ได้แต่สงสัยสับสน จนจวนจะจบเรื่อง  ดวงตาที่สาม นั้นมีผลอย่างไร ใครจะนำไปใช้ แต่เธอจะเลือกใช้หรือไม่นี่สิ ลองอ่านดู

ส่วนเรื่องแมวผีนี่ล่ะก็ เราก็ไม่คิดว่าจะอ่าน คงจะเก็บดองไว้เสียก่อน เพราะลองอ่านไปเพียงนิดก็ปวดกบาลและหทัยยิ่งยวด เนื่องด้วยการสะกดคำเป็นคำเหน่อ แต่คราวนี้ก็ขอเผลอใจอ่านไป จนจบแล้วพูดกับใครก็กลายเป็นพูดเหน่อไปเลยนี่สิ ฮ่าๆ เรื่องนี้ช่างมีเสน่ห์จริงๆ ก็เป็นหนังสืออ่านเล่นอย่างในคำตามที่แดนอรัญบอกไว้ท้ายเล่ม ตั้งแต่เริ่มอ่านออกเสียงเหน่อต้นเรื่อง เห็นจะมีแต่จะเล่าเรื่องในหนังไทย ที่เปิดฉายเมื่อครั้งยังมีหนังกลางแปลงอยู่ในต่างจังหวัด สมัยที่ยังพากย์กันสดๆ ไม่มีดนตรี อ่านแล้วขำๆ ในลีลาเล่าที่ใช้แต่คำเหน่อๆบรรยายถึงการแสดงของนักแสดงในหนังยุคแรกๆ เกี้ยวพาราสี หางตาเยิ้มหยดของนางเอก ส่วนพระเอกทำเสียงหล่อ ต่อสู้กับผู้ร้าย …. แล้วแมวผีนี่ล่ะ ก็เห็นแค่ตอนเริ่มๆทีพูดถึงเพียงสองประโยค แล้วค่อยมาโผล่เอาตอนหกเจ็ดหน้าสุดท้าย ลุ้นแทบตายว่าแมวผีนี่จะโผล่ จะมาหลอนตอนไหน ก็คาดหวังไว้ตามชื่อน่ะซีว่า แมว”ผี” แต่อารมณ์และบรรยากาศตอนเจอแมวผีนี่น่าขนลุกขนพองใช้ได้ แต่กลับกลายเป็นผงะ ค้างซะตอนจบเรื่อง เพียงแมวกระโดดไป

อาจจะเล่าไม่ครบไม่ได้อรรถรสไม่สะใจไม่ตรงใจ แต่ขอให้ได้ปลดแรงอัดบีบในอกให้กระจัดกระจายแล้วจัดระเบียบปัดๆเขียนๆ เกี่ยวกับแดนอรัญ แสงทอง ที่ส่องแสงเรืองรองในห้องหับไม่อับเฉา ในคราวนี้แล้วกัน เพื่อให้แรงเขียนยังคงมีไปในกรุงเทพที่เราเกลียดนัก.

ปล. หากเขียนผิดประการใด ขออภัยในครานี้ เพราะอยากรีบเขียนระบายให้ไม่กระวนกระวายเสียที

มรกต ช.
ที่พักตรงข้ามพาต้า
11 ธันวา 54

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s